งานวิจัยบทความสุขภาพกายสุขภาพทั่วไป

12 สิ่งควรทำ หากต้องการสุขภาพดี

Views

1. ทานอาหารเช้า

เนื่องจากคุณต้องอดอาหารมาตลอดคืน การทานอาหารเช้าคือสิ่งจำเป็นนอกจากเป็นการกระตุ้นระบบต่างๆในร่างกายแล้ว ยังทำให้คุณไม่หิวจนทานมากเกินไปในมื้ออื่นอีกด้วย และจากการศึกษาพบว่าผู้ใหญ่ที่ทานข้าวเช้าเป็นประจำจะทำงานออกมาได้ดีกว่า เช่นเดียวกับเด็กที่ทานข้าวเช้าเป็นประจำก็จะมีผลการเรียนที่ดีกว่า ซึ่งข้าวเช้านั้นควรเลือกของที่มีประโยชน์ หากการทานเป็นอาหารมื้อใหญ่ไม่เหมาะสำหรับคุณ ก็อาจเลือกเป็นโจ๊ก ข้าวต้ม หรือกราโนล่าแทนก็ดีเช่นเดียวกัน

2. การวางแผนทานอาหาร

มันน่าจะมีสักวันหนึ่ง ที่คุณนั่งลง หยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาแล้วคิดว่าคุณควรจะทานอะไรในแต่ละมื้อของวัน รวมถึงของว่างระหว่างวันด้วย นอกจากจะทำให้สุขภาพคุณดีขึ้นแล้วยังช่วยประหยัดเงินได้อีกด้วย เพราะการวางแผน และเตรียมอาหารทำให้คุณทราบว่าในแต่ละวันคุณจะทานอาหารอะไรบ้างเพื่อสุขภาพของคุณ สิ่งที่ควรทำคือลดปริมาณน้ำตาล แป้ง และไขมันลง แล้วทดแทนด้วยโปรตีนและผักต่างๆ นอกจากนี้คุณอาจจะให้รางวัลตัวเองด้วยการทานอาหารที่คุณชอบสัปดาห์ละครั้ง โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีน้ำตาล แป้งหรือไขมันปริมาณเท่าไหร่

3. ดื่มน้ำเปล่ามากๆ

ทุกๆคนทราบดีว่าหากต้องการมีสุขภาพที่ดีควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว แต่น้อยคนเหลือเกินที่จะทำได้ ทำให้มีปัญหาสุขภาพต่างๆตามมา ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ดื่มน้ำเปล่าน้อยในแต่ละวัน มันจะเป็นเรื่องที่ดีที่คุณเริ่มทำตั้งแต่อ่านบทความนี้จบ โดยวิธีการง่ายๆคือการพกขวดน้ำเล็กๆใกล้มือตลอดเวลา หรือหากคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า อาจใส่รสชาติด้วยการเติมมะนาวฝาน หรือส้มสักชิ้นลงไป แต่คุณต้องไม่เติมน้ำตาลลงไปในนั้น เพราะการดื่มน้ำหวานมากๆ จะทำให้คุณน้ำหนักเพิ่ม และเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย

4. ออกกำลังกายวันละนิด จิตแจ่มใส

การออกกำลังกายที่ดีคือครั้งละ 30 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งฟังดูเหมือนง่าย แต่ทำจริงๆนั้นมันยากเหลือเกิน ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายนานๆ การทำครั้งละนิดละหน่อย ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน โดยคุณอาจจะยืดกล้ามเนื้อในตอนเช้าก่อนอาบน้ำ ใช้บันไดแทนที่จะใช้ลิฟต์ หรือเดินให้มากขึ้นในแต่ละวัน ก็นับเป็นการออกกำลังกายเช่นเดียวกัน

5. ออกห่างจากโซเชียลบ้าง

การเข้าไปเช็ค และอัพเดตทุกๆอย่างบนโลกโซเชียลกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของคนยุคปัจจุบัน แต่บางครั้งการที่คุณวางสมาร์ทโฟนของคุณลง แล้วใส่ใจคนรอบข้าง หรือทำกิจกรรมที่ไม่ใช่บนสมาร์ทโฟนเช่น อ่านหนังสือ ทำอาหาร หรือเดินเล่นบ้างในตอนเย็น แล้วกลับไปอัพเดตโลกโซเชียลของคุณในตอนเช้า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพของคุณ

6. ไม่หยุดที่จะเรียนรู้

การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา หรือเรียนรู้สิ่งที่คุณอยากเรียนในวัยเด็กแต่ไม่มีโอกาส เป็นหนึ่งแนวคิดของคนที่ต้องการมีสุขภาพดี เพราะจะทำให้สมองของคุณกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง หลังจากทำสิ่งเดิมๆมานาน และห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย โดยคุณอาจจะไปสมัครเรียนเต้น ดนตรี วาดรูป หรือเรียนภาษาใหม่ๆเพื่อมาพัฒนางานของคุณก็เป็นความคิดที่ไม่เลวนัก

7. หยุดสูบบุหรี่

ไม่มีใครไม่ทราบว่าบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่หลายๆคนยังเลือกที่จะสูบมันอยู่จากหลายๆสาเหตุ ซึ่งไม่ว่าคุณจะสูบจากสาเหตุอะไร การเลิกมันเป็นสิ่งที่คุณควรทำ และทุกวันนี้มีองค์กรต่างๆมากมายที่พร้อมจะช่วยสนับสนุนคุณที่จะเลิกบุหรี่ โดยที่คุณไม่ต้องใช้การหักดิบก็ได้ เพียงแต่คุณกล้าที่จะเดินเข้าไปปรึกษาคนเหล่านั้นเท่านั้น

8. นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับที่มีคุณภาพ และเพียงพอจะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนอกจากร่างกายจะได้คลายความเหนื่อยล้าแล้ว สมองของคุณจะทำการจัดระเบียบความทรงจำต่างๆขณะที่คุณนอนหลับทำให้กลายเป็นความทรงจำระยะยาว อีกทั้งในระยะยาวยังทำให้คุณห่างไกลจากการเป็นโรคหัวใจได้อีกด้วย โดยการนอนหลับที่มีคุณภาพนั้น ภายในห้องควรไม่มีแสงไฟเกิดขึ้น ชาร์ตโทรศัพท์ไกลจากหัวนอน รวมถึงกำหนดเวลานอนและตื่นให้ชัดเจนเพื่อให้คุณทำมันให้เป็นกิจวัตรประจำวัน

9. การวิ่ง ไม่ใช่อย่างเดียวที่จะลดน้ำหนักได้

หลายๆคนเชื่อว่าการลดน้ำหนัก คือการทานอาหารให้น้อยลง และออกไปวิ่งในตอนเย็น ซึ่งนั่นไม่ใช่ทั้งหมดของการลดน้ำหนัก การเล่นเวทเทรนนิ่ง หรือการสร้างกล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่คุณควรทำมากๆ เพราะจะทำให้ไขมันของคุณนั้นสลายได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งทำให้กล้ามเนื้อของคุณแข็งแรงขึ้นอีกด้วย โดยคุณอาจจะยกเวทเพื่อบริหารกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ หรือหากไม่มีที่ยกน้ำหนักก็มีอีกหลายท่าที่คุณทำได้เช่น วิดพื้น ซิทอัพ สคอว์ตเป็นต้น

10. ออกนอกบ้านบ้างในวันหยุด

ในทุกวันทำงานของคุณ อาจจะทำให้คุณเบื่อหน่ายที่จะต้องออกไปนอกบ้านในวันหยุด แต่หากคุณลองตัดสินใจออกมาหาพื้นที่สีเขียวใกล้ที่พักของคุณ จะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายได้มากกว่าการนั่งอยู่หน้าจอคอม หรือทีวีทั้งวัน นอกจากนั้นการสัมผัสแสงแดดบ้างจะทำให้ร่างกายของคุณสังเคราะห์วิตามินดี เพื่อมาสร้างมวลกระดูกของคุณให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

11. การทรงตัวเป็นเรื่องสำคัญ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใดก็ตาม การทรงตัวเป็นเรื่องสำคัญเพราะหากคุณหกล้ม หรือตกบันได อาจทำให้กระดูกคุณหัก และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณไปตลอดกาล ดังนั้นการฝึกการทรงตัว หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อจะทำให้คุณลดความเสี่ยงต่อสิ่งเหล่านั้น การเล่นโยคะ เป็นหนึ่งในวิธีการฝึกที่ดี หรือหากคุณไม่มีเวลา คุณสามารถฝึกมันได้ตลอดเวลาที่คุณเดิน หรือขยับร่างกาย

12. มีสติ และสมาธิอยู่ตลอดเวลา

มีการศึกษาว่าคนที่ทำการฝึกสมาธิเป็นเวลา 8 สัปดาห์จะมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง ทำให้ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น มีความจำและเรียนรู้ได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นการฝึกสมาธิ หรือการมีสติกับทุกๆสิ่งที่ทำจะทำให้สุขภาพจิต และสมองของคุณดีขึ้นไปด้วย หากทราบแบบนี้แล้วในเมื่อคุณใส่ใจสุขภาพกาย ก็ต้องอย่าลืมใส่ใจกับสุขภาพสมองและสุขภาพจิตด้วยเช่นกัน

ขอขอบคุณ: healthsmile.co.th

ภาพ : Freepik.com

Leave a Reply