กรดไหลย้อน

กินอย่างไร…ให้ห่างไกลกรดไหลย้อน

Views

กิน ให้ห่างไกลกรดไหลย้อน (APPEAL)

“รู้ไหมว่าโรคหลายโรคมักเกิดจากการกินซะส่วนใหญ่ รวมทั้งโรคกรดไหลย้อนซึ่งเป็นโรคที่คนยุคนี้เป็นกันเยอะ ก็มีสาเหตุมาจากการกินนั่นเอง”

           หลายคนอาจเข้าใจแค่เพียงว่า โรคกรดไหลย้อนจะมีแค่อาการปวด จุก แน่นท้อง เรอเปรี้ยว และแสบหน้าอกเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหาร และถ้ามีมากพอก็อาจจะไหลย้อนขึ้นไปที่กล่องเสียง คอหอย และช่องทางเดินของหูได้

ถ้ากรดไหลย้อนขึ้นไปที่กล่องเสียง ผู้ป่วยก็อาจมีอาการเสียงแหบเรื้อรังทุกเช้า แต่พอสาย ๆ ก็จะหายไปเอง…ถ้ากรดไหลย้อนขึ้นไปที่คอหอย ผู้ป่วยก็อาจรู้สึกว่ามีก้อนอะไรจุกอยู่ในคอ มักจะไอหรือกระแอมเป็นประจำ ไม่มีไข้ ไม่มีเสมหะ…ถ้ากรดไหลย้อนขึ้นไปที่ช่องทางเดินของหู ผู้ป่วยก็อาจจะมีอาการหูอื้อเป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่ให้หมอตรวจแล้วว่าหูปกติดี เป็นต้น

           ก็อย่างที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้นว่า ความเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อนนี้เกิดจากการกินอาหารซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารรสเผ็ดมาก ๆ หรือรสเปรี้ยวมาก ๆ หรือการกินอาหารประเภททอดที่มีไขมันสูง การดื่มเครื่องดื่มประเภทชูกำลัง น้ำอัดลม กาแฟ เป็นต้น

โรคกรดไหลย้อน

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ทางเดียวที่เราจะป้องกันการเกิดกรดไหลย้อนได้ก็คือ ต้องทำตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้

1. งดกินอาหารที่มีรสเผ็ด หรือรสเปรี้ยวมาก ๆ เพราะจะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากยิ่งขึ้น

2. ไม่กินอาหารทอดที่มีน้ำมันเยอะ ๆ เพราะไขมันจะไปรวมกับกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการจุก แน่น หรือร้อนที่กลางอกได้

3. ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอมหัวใหญ่ กระเทียม ใบสะระแหน่ หรือเปปเปอร์มินต์

4. ไม่รับประทานกรดเข้าไปเพิ่ม เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง เติมน้ำส้มสายชูในอาหาร หรือสูบบุหรี่

5. กินอาหารให้ตรงเวลา เคี้ยวให้ละเอียด ไม่รีบกินจนเกินไป และไม่ควรงดอาหารมื้อเช้า

6. หากรับประทานอาหารเสร็จแล้วในแต่ละมื้อ ถ้าไม่อยากให้เป็นกรดไหลย้อน แนะนำว่ายังไม่ควรนั่ง หรือนอนราบทันที แต่ให้เดินแกว่งแขนสัก 20-30 นาที

7. ไม่ควรดื่มนมตอนท้องว่าง เพราะนมเป็นอาหารที่ค่อนข้างย่อยยาก กระเพาะจึงต้องหลั่งกรดออกมามากเป็นพิเศษ

8. ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เพราะอาจเป็นการกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามาก

9. พักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายจิตใจให้สบาย ควรปล่อยวาง และลดความเครียดในทุก ๆ เรื่อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณhttps://health.kapook.com/

Leave a Reply