มะเร็งลำไส้ใหญ่-ทวารหนัก

ผักผลไม้-โยเกิร์ต ลดความเสี่ยง “มะเร็งลำไส้”

Views

ข่าวดีของคนที่ชอบทานผัก ผลไม้ที่ไฟเบอร์ หรือใยอาหารสูง เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องการขัยถ่ายให้ราบรื่น ไม่มีปัญหาแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้อีกด้วย โดยส่วนที่ช่วยเราในเรื่องนี้ คือ ความเป็นใยอาหารของพรีไบโอติกส์ที่จะช่วยดูดซับสารพิษ และสารก่อมะเร็งในทางเดินอาหารไม่ให้ดูดซึมสู่ร่างกายนั่นเอง

 

พรีไบโอติกส์ คืออะไร?

พรีไบโอติกส์ คือ ส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารส่วนต้นแต่จะช่วยส่งเสริมการเจริญของจุลินทรีย์บางชนิดในลำไส้ใหญ่และส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย จุลินทรีย์บางชนิดดังกล่าวอาจเรียกว่า โปรไบโอติกส์ ซึ่งมีความหมายว่ากลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งเข้าไปอยู่ในระบบของร่างกายมนุษย์และสัตว์แล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ

 

จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ใดบ้าง ที่ดีต่อร่างกาย?

จุลินทรีย์นั้นทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลของสภาพแวดล้อมในระบบลำไส้ ตัวอย่าง เช่น โปรไบโอติกส์แบคทีเรีย ได้แก่ แลคโตบาซิลลัส บิฟิโดแบคทีเรีย และโปรไบโอติกส์ยีสต์ ได้แก่ Saccharomyces boulardii เป็นต้น คุณสมบัติที่ดีของโปรไบโอติกส์ ได้แก่ สามารถทนต่อน้ำย่อยกรด ด่าง ในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ จึงเกิดประโยชน์ในการหมักในลำไส้ใหญ่ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้

 

จุลินทรีย์หมักในลำไส้?

กระบวนการหมักที่ลำไส้ใหญ่นี้ เกิดจากการทำงานของแบคทีเรียมีประโยชน์จำพวกโปรไบโอติกส์ที่มีจำนวนมากกว่าจำนวนเซลล์ของร่างกายถึง 10 เท่า หรือประมาณ 100 ล้านล้านเซลล์ ซึ่งเมื่อกากอาหารที่ไม่สามารถย่อยด้วยระบบเอนไซม์ในลำไส้เล็กเคลื่อนผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ โปรไบโอติกส์จะใช้ใยอาหารบางกลุ่มเป็นอาหารและผลผลิตจากการหมักจะได้กรดไขมันสายสั้นซึ่งมีเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ดังนั้น การรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกายเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อสุขภาพของระบบทางเดินอาหารตั้งแต่ระดับพื้นฐาน เช่น ช่วยเรื่องการขับถ่าย การดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ไปจนถึงการป้องกันการเกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการบริโภคอาหารที่มีบทบาทช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ ได้แก่ โปรไบโอติกส์เพื่อเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย และพรีไบโอติกส์เพื่อเสริมประสิทธิภาพโปรไบโอติกส์ให้ดียิ่งขึ้น

 

เพิ่มโปรไบโอติกส์ให้กับลำไส้ ด้วยอาหาร

yogurtiStock

AdvertisementReplay Ad

อาหารโปรไบโอติกส์ ที่หารับประทานได้ง่ายมากคือ โยเกิร์ต แต่ต้องเลือกให้ถูกต้อง ซึ่งโยเกิร์ตที่จัดว่าเป็นโปรไบโอติกส์ ต้องหมักด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่มีการศึกษาแน่ชัดว่าส่งผลดีต่อสุขภาพ ให้ลองพลิกอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อ ที่สำคัญควรดูอุณหภูมิในตู้แช่ด้วยว่าเย็นพอหรือไม่ เพราะส่งผลต่อคุณภาพของโปรไบโอติกส์

นอกจากนี้ยังมียังมีไบโอติกยีสต์ (Probiotic Yeast) ชนิด Saccharomyces boulardii ที่มีคุณสมบัติใช้ในการรักษาอาการท้องเสียเฉียบพลัน  ป้องกันการเกิดท้องเสียระหว่างเดินทาง (Traveler’s diarrhea prevention) กรณีที่จะเดินทางไปที่ที่อาจจะมีสุขอนามัยที่ไม่สะอาด ก็สามารถรับประทานโปรไบโอติกส์ชนิดนี้เพื่อป้องกันการท้องเสียได้ นอกจากนั้นยังช่วยลดปัญหาการเกิดท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะได้

 

banana-appleiStock

ส่วนอาหารพรีไบโอติกส์ สามารถพบได้ในอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะในผัก เช่น รากชิคอรี หัวอาร์ทิโชก กระเทียม หอมหัวใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ผลไม้ เช่น กล้วย แอปเปิล และเมล็ดธัญพืชบางชนิด นอกจากนี้ยังมีการผสมสารที่เป็นพรีไบโอติกส์ลงในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารก โยเกิร์ต พาสต้า ขนมอบ ซอส อาหารเช้าธัญพืช ซุป ขนมขบเคี้ยวแบบต่างๆ เป็นต้น หรืออาจเลือกรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

ประโยชน์ของใช้พรีไบโอติกส์ และโปรไบโอติกส์

นายแพทย์สยาม ศิรินธรปัญญา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร กล่าวว่า ประโยชน์ของการใช้พรีไบโอติกส์และโปรไบโอติกส์ในทางเวชปฏิบัติว่า สามารถให้ผลทั้งในแง่การป้องกันและรักษาโรค หรืออาการเจ็บป่วยได้หลากหลาย เช่น ปรับปรุงการทำงานของลำไส้ซึ่งส่งผลต่อระบบการขับถ่าย ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในลำไส้ รักษาการอักเสบของลำไส้ ซึ่งในการรักษานั้นยังปลอดภัยและเกิดผลข้างเคียงน้อย

นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ อาทิ เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และยังช่วยส่งเสริมการดูดซึมแร่ธาตุแคลเซียมและแมกนีเซียมเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

ว่าแล้วก็อย่าลืมทานผักผลไม้ รวมถึงโยเกิร์ตกันเยอะๆ นะคะ